Sorbdeeสอบดี Sorbdee

ข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พร้อมเฉลย

พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กำหนดขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ต้องทำเมื่อออกคำสั่งที่กระทบสิทธิของประชาชน เพื่อให้การใช้อำนาจรัฐเป็นธรรมและตรวจสอบได้

หัวข้อที่ออกบ่อยคือ ความหมายของคำสั่งทางปกครอง ความไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่ สิทธิได้รับแจ้งและโต้แย้ง การให้เหตุผลประกอบคำสั่ง และการอุทธรณ์คำสั่ง

ในคลังข้อสอบของสอบดีมีข้อสอบหัวข้อพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 247 ข้อ จาก 68 ชุด ในสนาม ก.พ. ครูผู้ช่วย ท้องถิ่น ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบาย ในจำนวนนี้อยู่ในชุดฝึกฟรี 8 ข้อ

เริ่มทำชุดฟรีที่มีพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539ดูแพ็กเกจ Premium

เทคนิคทำข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539

  • คำสั่งทางปกครองต้องมีผลต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลเป็นการเฉพาะ ส่วนกฎใช้กับคนทั่วไป
  • เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้เสียในเรื่องใด ต้องไม่เป็นผู้พิจารณาเรื่องนั้นเอง
  • ฝึกแยกสถานการณ์ในโจทย์ว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง กฎ หรือการกระทำอย่างอื่น

หัวข้อย่อย

  • พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 — 240 ข้อ
  • พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง — 7 ข้อ

ตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลย (จากชุดฝึกฟรี)

ข้อ 1. ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่เมื่อใด

  1. ตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ลงนามในคำสั่ง
  2. ตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
  3. เมื่อพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ 15 วัน
  4. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เฉลย: B. ตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป

คำอธิบาย: มาตรา 42 กำหนดให้คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้ง และมีผลตราบเท่าที่ยังไม่ถูกเพิกถอนหรือสิ้นผล วันที่ลงนามเป็นตัวลวงเพราะผู้รับคำสั่งอาจยังไม่รู้ถึงคำสั่ง จึงยังนำมาใช้ยันผู้นั้นไม่ได้

ข้อ 2. ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 การแจ้งคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือโดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับภายในประเทศ ให้ถือว่าผู้รับได้รับแจ้งเมื่อใด หากไม่มีการพิสูจน์เป็นอย่างอื่น

  1. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันส่ง
  2. เมื่อครบ 3 วันนับแต่วันส่ง
  3. เมื่อครบ 15 วันนับแต่วันส่ง
  4. เมื่อครบ 30 วันนับแต่วันส่ง

เฉลย: A. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันส่ง

คำอธิบาย: มาตรา 71 ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบ 7 วันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากนั้น ตัวเลือก 15 วันเป็นกรณีส่งไปยังต่างประเทศ จึงเป็นตัวลวงที่พบบ่อย

ข้อ 3. ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 คำสั่งทางปกครองจะต้องกระทำโดยผู้ใด

  1. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการเท่านั้น
  2. คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรายกรณี
  3. ข้าราชการที่มีอายุราชการไม่น้อยกว่าห้าปี
  4. เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น

เฉลย: D. เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น

คำอธิบาย: มาตรา 12 บัญญัติว่าคำสั่งทางปกครองต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น เกณฑ์จึงอยู่ที่อำนาจตามกฎหมาย ไม่ใช่ตำแหน่งหรืออาวุโส ตัวเลือกผู้บังคับบัญชาสูงสุดเป็นตัวลวง เพราะเจ้าหน้าที่ระดับใดก็ออกคำสั่งได้หากกฎหมายให้อำนาจ

ข้อ 4. ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กรณีคำสั่งทางปกครองมิได้ออกโดยรัฐมนตรี และไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้ ผู้รับคำสั่งต้องยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ใด

  1. เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองนั้น
  2. ศาลปกครองชั้นต้นในเขตที่ตนมีภูมิลำเนา
  3. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
  4. รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของเจ้าหน้าที่

เฉลย: A. เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองนั้น

คำอธิบาย: มาตรา 44 ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้ง โดยทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งจึงมีโอกาสทบทวนก่อน ศาลปกครองเป็นตัวลวง เพราะโดยหลักต้องผ่านการอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองให้ครบก่อนจึงฟ้องคดีได้

ข้อ 5. ครูผู้หนึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการพิจารณาให้ทุนการศึกษาของโรงเรียน และพบว่าบุตรสาวของตนยื่นขอทุนในรอบนี้ด้วย ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ครูผู้นั้นควรทำอย่างไร

  1. พิจารณาต่อได้ แต่ต้องงดออกเสียงเฉพาะใบสมัครของบุตรสาว
  2. พิจารณาต่อได้ หากกรรมการคนอื่นไม่คัดค้าน
  3. หยุดการพิจารณาเรื่องนั้น และแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือประธานกรรมการ
  4. ให้บุตรสาวถอนใบสมัคร เพื่อให้ตนทำหน้าที่กรรมการต่อไปได้

เฉลย: C. หยุดการพิจารณาเรื่องนั้น และแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือประธานกรรมการ

คำอธิบาย: บุตรเป็นผู้สืบสันดาน จึงเป็นญาติที่กฎหมายห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ทำการพิจารณาทางปกครองในเรื่องนั้น เมื่อมีเหตุดังกล่าวต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือประธานกรรมการเพื่อดำเนินการต่อ การงดออกเสียงเฉพาะใบสมัครของบุตรยังไม่พอ เพราะการร่วมพิจารณาผู้สมัครรายอื่นในรอบเดียวกันก็ส่งผลต่อโอกาสของบุตรอยู่ดี

ข้อ 6. นาย ก ยื่นคำขอต่อเติมอาคารต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 การกระทำใดต่อไปนี้เป็น "คำสั่งทางปกครอง"

  1. กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตที่ใช้บังคับทั่วประเทศ
  2. ประกาศเชิญชวนประชาชนร่วมรณรงค์ประหยัดพลังงาน
  3. หนังสือของเจ้าหน้าที่แจ้งนาย ก ว่าไม่อนุญาตให้ต่อเติมอาคาร
  4. ระเบียบกระทรวงว่าด้วยการลาของข้าราชการ

เฉลย: C. หนังสือของเจ้าหน้าที่แจ้งนาย ก ว่าไม่อนุญาตให้ต่อเติมอาคาร

คำอธิบาย: คำสั่งทางปกครองคือการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลเป็นการเฉพาะราย การไม่อนุญาตคำขอของนาย ก จึงเป็นคำสั่งทางปกครอง ส่วนกฎกระทรวงและระเบียบที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไปเป็น "กฎ" ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง

ข้อ 7. เอกสารของโรงเรียนในข้อใดมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลต่อบุคคลเป็นการเฉพาะราย ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

  1. ระเบียบว่าด้วยการแต่งกายของนักเรียนที่ใช้กับนักเรียนทุกชั้น
  2. ปฏิทินการศึกษาประจำปีที่แจ้งวันเปิดและปิดภาคเรียน
  3. หนังสือแจ้งนายบีว่าไม่อนุญาตให้ใช้สนามกีฬาของโรงเรียนตามที่เขายื่นคำขอ
  4. แผนปฏิบัติการประจำปีที่ใช้วางแนวทางการทำงานของครู

เฉลย: C. หนังสือแจ้งนายบีว่าไม่อนุญาตให้ใช้สนามกีฬาของโรงเรียนตามที่เขายื่นคำขอ

คำอธิบาย: คำสั่งทางปกครองคือการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีผลต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลเป็นการเฉพาะราย การไม่อนุญาตตามคำขอของนายบีจึงเป็นคำสั่งทางปกครอง ส่วนระเบียบที่ใช้บังคับกับนักเรียนทุกคนเป็นการทั่วไปเป็น กฎ และปฏิทินหรือแผนงานไม่ได้ก่อสิทธิหรือหน้าที่แก่ผู้ใดโดยตรง

ข้อ 8. เจ้าหน้าที่ อบต. จะออกคำสั่งให้ร้านค้ารื้อป้ายที่ตั้งรุกล้ำทางสาธารณะ ซึ่งกระทบสิทธิของเจ้าของร้าน ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 โดยหลักแล้วเจ้าหน้าที่ต้องทำสิ่งใดก่อนออกคำสั่ง

  1. ให้เจ้าของร้านมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตน
  2. ขอความเห็นชอบจากสภา อบต. ก่อนทุกครั้ง
  3. ประกาศเรื่องดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา
  4. รอให้มีผู้ร้องเรียนเรื่องป้ายอย่างน้อยสามราย

เฉลย: A. ให้เจ้าของร้านมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตน

คำอธิบาย: คำสั่งทางปกครองที่อาจกระทบสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานก่อน ซึ่งเรียกว่าสิทธิในการรับฟัง เว้นแต่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย เช่น กรณีจำเป็นเร่งด่วน การขอความเห็นชอบจากสภาหรือการรอจำนวนผู้ร้องเรียนไม่ใช่ขั้นตอนที่กฎหมายนี้กำหนด

เริ่มทำชุดฟรีที่มีพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539ดูแพ็กเกจ Premium

ฝึกต่อ

หมวดที่มีหัวข้อนี้

ฝึกหัวข้ออื่น

แนวข้อสอบแยกตามสนาม